
บทสวดมนต์
ตั้งจิตสวดมนต์วันละนิดเพื่อสะสมบุญและจิตใจที่สงบ
ประโยชน์ดี ๆ ของการสวดมนต์เป็นประจำทุกวัน
1. ฝึกวินัย สมาธิ และความอดทน
การจะสวดมนต์ให้ได้เป็นประจำทุกวันนั้นจำเป็นต้องใช้ทั้งวินัยและความอดทนเป็นอย่างมาก หากสวด 1 วันเว้น 2 วันก็ทำให้ไม่ต่อเนื่อง แต่ในบางวันเราก็เหนื่อยกับธุระมากมายจนไม่อยากจะสวดมนต์ อยากจะใช้เวลากับการพักผ่อน นอนเล่น หรือทำกิจกรรมอย่างอื่นที่เราอยากจะทำมากกว่า บวกกับการสวดมนต์ในแต่ละครั้งอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 10-30 นาที (หรืออาจมากกว่านั้น) การจะนั่งสงบนิ่งและสวดมนต์เป็นเวลาหลาย ๆ นาทีนี้จึงถือเป็นการฝึกความอดทนชั้นเยี่ยมโดยที่เราอาจไม่รู้ตัวเลย และแน่นอนว่าในขณะที่คุณกำลังสวดมนต์นั้น ย่อมต้องมีสมาธิในการกล่าวคำสวดและต้องพยายามเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์อยู่เสมอ จึงไม่แปลกที่การสวดมนต์เพียง 1 ครั้ง จะช่วยฝึกฝนทั้งวินัย สติ สมาธิ และความอดทนให้คุณได้ในเวลาเดียวกัน
2. ช่วยบำบัดความเครียด จิตใจสงบ
การเปล่งเสียงขณะสวดมนต์เบา ๆ จะทำให้เกิดการสั่นสะเทือนที่ช่วยกระตุ้นให้สมองผลิตสารเคมีและสารสื่อประสาทที่มีส่วนช่วยบรรเทาความเครียดออกมา อีกทั้งขณะที่คุณเปล่งเสียงในการกล่าวบทสวดออกมานั้นจะทำให้คุณได้บริหารปอด กำหนดการหายใจเข้าออกให้เป็นจังหวะมากขึ้น แถมการเปล่งเสียงในการกล่าวบทสวดมนต์นี้ยังช่วยให้คุณรู้สึกเหมือนได้ระบายบางสิ่งออกมาอีกด้วย นอกจากนี้การสวดมนต์ยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างจิตใจของคุณให้เข้มแข็ง มั่นคง ไม่อ่อนไหวต่อสิ่งเร้าอื่น ๆ ได้ง่าย เพราะขณะที่คุณสวดมนต์ คุณต้องพยายามมีสติอยู่กับสิ่งที่กำลังกล่าวออกมาและมีสมาธิอยู่กับการสวดมนต์ให้มากที่สุด หากมีความคิดใดที่ก่อให้จิตใจเกิดความวุ่นวาย คุณก็ต้องรีบขจัดความคิดนั้นออกไปและพยายามกลับมามีสมาธิอยู่กับการสวดมนต์ให้ได้
3. นอนหลับสบายและง่ายขึ้น
อย่างที่เราทราบกันดีว่าช่วงเวลา 1 ชั่วโมงก่อนเข้านอนนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก หากคุณต้องการนอนหลับให้ง่ายขึ้นและนอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ช่วงเวลา 1-2 ชั่วโมงก่อนนอนควรงดการเล่นโทรศัพท์มือถือ งดกิจกรรมการออกกำลังกาย เลี่ยงการรับประทานอาหาร หรือควรพักสมองโดยการละทิ้งความเครียดต่าง ๆ ซึ่งการสวดมนต์นี้จะช่วยทำให้จิตใจของคุณรู้สึกสงบนิ่ง ผ่อนคลายความเครียด และมีสติอยู่กับตัวเองมากขึ้น หากคืนใดที่คุณมีอาการนอนไม่หลับ เราขอแนะนำให้คุณลองสวดมนต์ดูนะคะ รับรองว่าไม่เกิน 15 นาทีต้องเริ่มรู้สึกง่วงหรือนอนหลับสบายแน่นอนค่ะ
4. มีสติ เข้าใจตัวเองมากขึ้น
เมื่อจิตใจของเราว้าวุ่น แน่นอนว่าปัญหาเล็กน้อยก็กลายเป็นเรื่องใหญ่โตได้ การสวดมนต์นั่งสมาธินั้นจะช่วยให้คุณได้หยุดพักจากความวุ่นวายและหันมามองถึงความต้องการที่แท้จริงของเอง เข้าใจต้นเหตุของปัญหาและเริ่มจัดการกับปัญหานั้นทีละขั้นตอนได้อย่างถี่ถ้วน (เมื่อเราหลงอยู่ในความวุ่นวาย ไม่ว่าเรื่องจะเล็กน้อยแค่ไหน เราก็จะมอว่ามันวุ่นวาย แต่หากเราได้ถอยออกมาอยู่ในจุดที่นิ่งสงบ เราจะเริ่มเห็นว่าแท้จริงแล้วความวุ่นวายนั้นคืออะไรกันแน่)
5. สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง
ช่วยเปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี สำหรับข้อนี้ถือเป็นเรื่องของความเชื่อและความศรัทธาส่วนบุคคลนะคะ การสวดมนต์แต่ละบทนั้นมีความหมายที่แตกต่างกันออกไป บางบทเราสวดเพื่อการบูชาพระ บางบทเราสวดเพื่อระลึกถึงหลักธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และบางบทนั้น...เราสวดเพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สวดเพื่อขอให้การงานราบรื่น ค้าขายร่ำรวย มีเสน่ห์เมตตา ปัดเป่าอุปสรรค หรือแม้แต่สวดเพื่อขอให้ความรักของเราสมบูรณ์มีความสุข ซึ่งผลจากความตั้งใจนี้จะช่วยให้สิ่งเราขอเป็นจริงขึ้นมาได้ อีกทั้งบุญจากการสวดมนต์นี้จะทำให้สิ่งศักดิ์ทั้งหลายคอยช่วยเหลือคุ้มครองเราจากสิ่งไม่ดีอื่น ๆ ช่วยเปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นดีได้

วัดบางพลัด
บทสวดมนต์ตอนเช้า
ก่อนสวดบทสวดมนต์ตอนเช้า เริ่มต้นด้วยการกราบพระ 3 ครั้ง พร้อมระลึกถึง พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ แล้วเริ่มสวดตามลำดับดังนี้
คำบูชาพระรัตนตรัย
อิมินา สักกาเรนะ พุทธังอะภิปูชะยามิ
อิมินา สักกาเรนะ ธัมมังอะภิปูชะยามิ
อิมินา สักกาเรนะ สังฆังอะภิปูชะยามิ
คำนมัสการพระรัตนตรัย
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธังภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมังนะมัสสามิ (กราบ)
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆังนะมามิ (กราบ)
คำอาราธนาศีล 5
มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปัญจะสีลานิยาจามะ
ทุติยัมปิ มะยังภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปัญจะสีลานิยาจามะ
ตะติยัมปิ มะยังภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปัญจะสีลานิยาจามะ
คำนมัสการพระพุทธเจ้า
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 ครั้ง)
บทสวดไตรสรณคมณ์
พุทธัง สะระนัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระนัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระนัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ พุทธัง สะระนัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระนัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระนัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ พุทธัง สะระนัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระนัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระนัง คัจฉามิ
คำสมาทานศีล 5
ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทังสะมาทิยามิ
อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทังสะมาทิยามิ
กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทังสะมาทิยามิ
มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทังสะมาทิยามิ
สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทังสะมาทิยามิ
คำขอขมาพระรัตนตรัย
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ทวารัตเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต
บทสวดมนต์สวดอิติปิโส
อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ
สวากขาโต ภะคะวาตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูห ฮีติ
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต
สาวะกะสังโฆ ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะปุริสะ ปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต
สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลีกะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ
บทสวดแผ่เมตตาให้แก่ตนเอง
อะหัง สุขิโตโหมิ
อะหัง นิททุกโขโหมิ
อะหัง อะเวโรโหมิ
อะหัง อัพยาปัชโฌโหมิ
อะหัง อะนีโฆโหมิ
สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ
บทสวดแผ่เมตตาให้แก่สรรพสัตว์
สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ จากไป ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
อะเวรา โหนตุ จงเป็นสุข ๆ เถิด อย่าได้มีเวรแก่กัน และกันเลย
อัพญาปัชฌา โหนตุ จงเป็นสุขๆ เถิด อย่าได้พยาบาทเบียดเบียน ซึ่งกันและกันเลย
อะนี ฆา โหนตุ จงเป็นสุข ๆ เถิด อย่าได้มีความทุกข์กาย ทุกข์ใจเลย
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัย ทั้งสิ้นนี้เทอญ

วัดบางพลัด
บทสวดมนต์ตอนก่อนนอน
เริ่มต้นบทสวดมนต์ก่อนนอน
กราบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ (3 ครั้ง) แล้วจึงเริ่มต้นกล่าวบทสวดตามปกติ
คำบูชาพระ
อิมินา สักกาเรนะ ตัง พุทธัง อะภิปูชะยามิ
อิมินา สักกาเรนะ ตัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ
อิมินา สักกาเรนะ ตัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ
บทสวดมนต์ บูชาพระรัตนตรัย
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ ฯ (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ ฯ (กราบ)
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ ฯ (กราบ)
บทสวดมนต์ นะโมสรรเสริญพระพุทธเจ้า
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
บทสวดมนต์ อาราธนาศีล 5
มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
ทุติยัมปิ มะยังภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
ตะติยัมปิ มะยังภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
บทสวดมนต์ ไตรสรณคมน์
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
บทสวดมนต์ สมาทานศีล 5
ปาณาติปาตา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
อทินนาทานา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
กาเมสุมิจฉาจารา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
มุสาวาทา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
บทสวดมนต์ อธิษฐานรักษาศีล 5
ข้าพเจ้าขอตั้งจิตอธิษฐานว่า ต่อแต่นี้ไปข้าพเจ้าจะขอรักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ดังเดิม
บทสวดมนต์ก่อนนอน ศีล 5
อิมานิ ปัญจะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ (กล่าว 3 จบ)
บทสวดมนต์ แผ่เมตตาแก่ตนเอง
กราบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
อะหัง สุขิโต โหมิ ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข
นิททุกโข โหมิ ปราศจากความทุกข์
อะเวโร โหมิ ปราศจากเวร
อัพยาปัชโฌ โหมิ ปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง
อะนีโฆ โหมิ ปราศจากความทุกข์การทุกข์ใจ
สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ มีความสุขกายสุขใจรักษาตนให้พ้นจากทุกภัยทั้งสิ้นเถิด
บทสวดมนต์ แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์
สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
อะเวรา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย
อัพะยาปัชฌา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
อะนีฆา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กาย ทุกข์ใจเลย
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด
บทสวดมนต์ บทแผ่ส่วนกุศล
อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตาปิตะโร
คำแปล: ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่บิดามารดาของข้าพเจ้า ขอให้บิดามารดาของข้าพเจ้ามีความสุข
อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย
คำแปล: ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติทั้งหลายของรข้าพเจ้ามีความสุข
อิทัง เม คุรูปัชฌายาจริยานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ คุรูปัชฌายาจริยา
คำแปล: ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า ขอให้ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้ามีความสุข
อิทัง สัพพะเทวะตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา
คำแปล: ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข
อิทัง สัพพะเปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา
คำแปล: ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เปรตทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เปรตทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข
อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เวรี
คำแปล: ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข
อิทัง สัพพะสัตตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา
คำแปล: ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงมีความสุขทั่วหน้ากันเทอญ.
การสวดมนต์นั้น ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่ง่ายสำหรับทุกคนในยุคนี้ สะดวกมากในทุกเพศ ทุกวัยและไม่ใช่เรื่องของคนแก่ อีกต่อไปเหมือนที่เคยเป็นและเราเข้าใจผิดกันอย่างนั้น บทสวดมนต์ต่างๆ มีการเผยแพร่ออกมามากมายในรูปแบบต่างๆ ที่เห็นกันและได้ยินกันจนเคยชินมากมาย
จนกระทั่งในปัจจุบัน การสวดมนต์เข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มเด็กหรือวันรุ่น ก็หันมาสนใจการสวดมนต์กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสวด สวดมนต์ก่อนนอนด้วยบทสวดตามปกติ จนไปถึง คาถาชินบัญชร บทสวดยอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎก และบทสวดอื่นๆ อีกมากมาย
แต่สำหรับบางคนที่กำลังเริ่มจะสวดมนต์ ยังไม่เคยทราบว่านอกการได้สติ ได้จิตใจที่สงบสุขมาแล้ว สิ่งทีเราสวดมนต์นอกเหนือจากนั้นคือ "อานิสงค์จากการสวดมนต์" หรือผลที่ได้รับจากการสวดมนต์ว่ามีอะไรอย่างไร
อานิสงส์จากการสวดมนต์
-
สวดมนต์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเป็นบุญที่ได้กล่าวคำศักดิ์สิทธิ์ที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้ บทสวดพุทธมนต์นั้น มาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้าที่ได้ทรงสอนสั่งสาวกและมีการจำและท่องสืบกันมา จนถึงมีการจดบันทึกไว้ในพระไตรปิฎก ผู้ที่ได้มีโอกาสสวดมนต์ในชีวิต เป็นการเปล่งคำศักดิ์สิทธิ์ถวายเป็นพุทธเจ้า เป็นการบูชาพระพุทธเจ้าและย่อมได้บุญกุศล
-
เกิดผลดีต่อร่างกาย คนที่สวดมนต์เป็นประจำนั้น ทางการแพทย์สมัยใหม่รับรองแล้วว่า การสวดมนต์ทำให้เกิดความสุขได้จริงในจิตใจ ส่งผลต่อร่างกายให้หลั่งสารความสุขออกมา ร่างกายก็จะแข็งแรง ใบหน้าสดใส ครูบาอาจารย์ในสมัยโบราณถึงปัจจุบันทราบถึงเคล็ดลับลับสำคัญ ให้สังเกตว่าท่านจะมีอายุยืนมาก และบรรพบุรุษของเรานั้น ท่านสวดมนต์เป็นประจำอายุท่านจึงยืนยาว ไม่เหมือนคนในปัจจุบันที่ห่างเหินการสวดมนต์มาก อายุจึงสั้น
-
เป็นการบำเพ็ญภาวนาอย่างหนึ่ง ทำให้มีสมาธิจิตใจ แจ่มใส การสวดมนต์เป็นการสร้างสมาธิวิธีการหนึ่ง เมื่อจิตที่มีสมาธิย่อมแจ่มใส มีกำลัง คิดอ่านแก้ไขปัญหาอะไรก็จะทำได้ง่ายเพราะมีสติกำกับอยู่
-
เป็นที่โปรดโปรนของเหล่าเทพเทวดาและดวงจิตวิญญาณทั้งปวง แม้ผู้ใดไม่ว่าจะเป็นพรหมเทพเทวดา สรรพสัตว์ทั้งหลาย ดวงจิตวิญญาณทั้งหลาย เมื่อได้ยินบทสวดนั้นจะพบกับความเย็นสบาย คลายทุกข์ ทำให้นิยมชมชอบคนที่สวดด้วย และเมื่อยินก็จะช่วยปกป้องรักษาคนที่สวด
-
เกิดบุญจากการแผ่เมตตา เมื่อสวดมนต์เสร็จสิ้น มีการแผ่เมตตาแก่ตนเองและเหล่าสรรพสัตว์ย่อมเกิดอานิสงส์บุญเกิดขึ้น
-
ได้รับพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คนที่สวดมนต์เป็นประจำนั้นย่อมได้รับการอวยพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสมอ เพราะเป็นผู้สร้างกรรมดีจากการสวดมนต์และแผ่เมตตา
-
สร้างสิริมงคลต่อตนเอง และครอบครัว ปัดเป่าภัยพิภัย โรคร้ายได้จริง ทุกบทสวดมนต์นั้นมาจากอักขระที่ศักดิ์สิทธิ์ มีอำนาจดลบันดาลให้สิ่งอัปมงคลนั้นออกไปจากชีวิต และสร้างสิริมงคลให้กับคนที่สวด ยิ่งสวดมากก็จะมีสิริมงคลมากขึ้น ทำอะไรก็สำเร็จโดยง่าย
-
สามารถแผ่บุญไปช่วยผู้อื่นที่เดือดร้อนได้ บทสวดมนต์ทุกบทนั้น สมารถแผ่บุญกุศลไปช่วยผู้อื่นที่เดือดร้อนได้ทุกเรื่อง ยิ่งเป็นสายเลือดเดียวกันจะยิ่งเร็วขึ้น เพราะมีทั้งบุญและกรรมผูกพันกันมา อานิสงส์ที่ดังที่กล่าวมาข้างต้นคงพอจะทำให้ทุกท่านเข้าใจ เรื่อง อานิสงส์ หรือ ประโยชน์ที่จะรับจากการสวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิ ตลอดจนการแผ่เมตตาเป็นอย่างดีแล้วอย่างไรก็ดีนี่เป็นเพียงประโยชน์เบื้องต้นเท่านั้นความจริงแล้วมีอานิสงส์ที่จะได้รับทางอ้อมทางลึกอีกมากมายกว่านี้นักแต่เป็น "ปัจจัตตัง" หรือรู้ได้เฉพาะตัวของแต่ละคนไป โปรดจำไว้เสมอว่า ธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นต้องปฏิบัติเองถึงจะได้
-
เป็นพื้นฐานไปสู่การก่อนปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานชั้นสูงต่อไป เมื่อทุกท่านทราบถึงการที่จะต้องทำอย่างไรก่อนถึงจะเริ่มต้นการสวดมนต์ ที่ครบถ้วนทุกประการแล้ว ต่อไปนี้จะขอนำทุกท่านพบกับวิธีการสวดให้ชีวิตดี สวดให้สุข สวดให้รวย กันในลำดับต่อไป